2007/Mar/26

ช่วงนี้หันไปเขียน Space เพราะเข้าง่ายเขียนสะดวก แต่ก็ไม่อยากทิ้ง exteen เลยหานั่นหานี่มาเขียนเล่น

ก่อนอื่น ผลสอบ 3.74 ค่ะ เย้ๆ เกรดขึ้นมามากอยู่ มันได้เท่าที่ทำได้พอดี ก็โอเค

Atom Game ผ่านไปแล้ว ได้เพื่อนจากมหาวิทยาลัยอื่นเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี แม้จะไม่ได้ช่วยเหลือพี่ๆ หรือรับงานอะไรมาก แต่ก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

งานจบแล้วก็ใจหายนิดหน่อย ว่าทำไมมันผ่านไปไวจัง เหมือนยังเตรียมงานกันอยู่เลย "ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา"

วันนี้ไปช้อปปิ้งมา ได้เสื้อ กางเกง และรองเท้ามาอย่างละ 1 ชิ้น หม่าม้ารสนิยมแฟชั่นจ๋ามาก เลือกได้เก่งกว่าเราอีก เวลามีหม่าม้าไปซื้อด้วย ซื้อแล้วจะค่อนข้างมั่นใจว่าใส่แล้วสวย แต่กางเกงยีนที่ซื้อมาใหม่ เอวต่ำกว่าทุกตัวที่เคยใส่มา แถมช่วงนี้ไม่ได้ซิดอัพเลยมีพุง กรี๊ดดด ต้องไปลดพุงแล้ว แต่จะลดยังไงล่ะ นั่นสิ ทำไงดี แง้ววววว

วันนี้ คุยโทรศัพท์กับพี่เป้นานเป็นประวัติการณ์ 1 ชั่วโมง 31 นาที (กี่วินาทีจำไม่ได้) อึ้งจัง ไม่ได้คุยกันยาวขนาดนี้มาตั้งนานแล้วนะคะ จริงๆแล้ว คนเรามีสัพเพเหระให้คุยมากมาย ยิ่งไม่ได้เจอหน้ากันยิ่งมีอะไรให้คุยมากขึ้น แถมวันนี้ยังแย่งกันพูดอีกต่างหาก คิดๆก็ตลกดี เวลาได้เปิดใจคุยให้อะไรๆที่ค้างคาสามารถเคลียร์จนกระจ่าง มันก็สบายใจนะ การจะเข้าใจคนๆหนึ่งในทุกๆสิ่งที่เป็นเขา มันไม่ง่ายเลย ไม่ใช่เดือนหรือสองเดือนก็จะเข้าใจได้ จึงไม่แปลกใจที่ว่า ทำไมคนสองคน ถึงใช้เวลาทั้งชีวิตในการทำความเข้าใจกัน

Atom Game

ทำให้ไม่ได้คุยกับหม่าม้า วันนี้ไปเดินซื้อของด้วยกัน เลยคุยกันเยอะแยะ หม่าม้าเล่าเรื่องๆหนึ่งให้ฟังด้วย เป็นเรื่องที่แจกมากับใบปลิว เราเป็นคนเอามา แต่ไม่เคยอ่าน หม่าม้ามาดูกองหนังสือแล้วเห็น เลยหยิบไปอ่าน เป็นเรื่องที่พระพยอมท่านเล่าให้ฟัง เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า

ในสมัยที่พระพยอมยังไม่ได้บวช ท่านอยู่ที่ต่างจังหวัด พอดีว่ามีงานบวช พระพยอมกับพ่อของท่านก็ไปงานบวช พอตอนขากลับ พ่อของพระพยอมเมา พอพายเรือมาถึงบ้าน พ่อของพระพยอมก็บอกให้พระพยอมช่วยอุ้มท่านขึ้นไปบนบ้าน แต่ด้วยความรำคาญ พระพยอมจึงอุ้มพ่อของท่านขึ้นจากเรือ และโยนลงที่ท่าน้ำนั้น พ่อของพระพยอมจึงบอกพระพยอมทำนองว่า ตอนมึงเล็กๆ จะร้องไห้งอแงยังไงกูก็อุ้มมึง ไม่มีเลยสักครั้งที่จะโยนมึงทิ้ง แต่นี่มึงอุ้มกูแค่นี้ มึงยังโยนกูทิ้ง

แล้วหม่าม้าก็บอกต่อว่า พี่ชายของเราตอนเด็กๆเลี้ยงยากมาก กลางคืนร้องตลอดไม่ยอมนอน กลางวันก็ไม่ยอมนอน ต้องอุ้มไว้ทั้งคืน ตอนนั้นเหนื่อยมาก พอมีเราค่อยสบายหน่อย เพราะเราเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยร้อง

ฟังแล้วสะอึกเลยนะว่า ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าพ่อแม่เขาลำบากแค่ไหน กว่าจะเลี้ยงคนๆหนึ่งมาจนโต เราชอบเข้าไปอ่านข้อความในห้องชานเรือน ที่พันทิพย์ แม่ๆพ่อๆก็มาบ่นถึงความยากลำบากของการเลี้ยงลูก แต่มันก็ไม่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับที่หม่าม้ามาพูดให้เราฟังเอง

ปรกติปาป๊าใช้เราทำนั่นทำนี่เราจะบ่นๆ ขี้เกียจทำ แต่หลังจากหม่าม้าเล่า กลับถึงบ้าน ป๊าสั่งอะไรก็ทำให้หมดเลยค่ะ มันเป็นความสำนึกผิดที่แล่นริ้วขึ้นมาจับใจ ป๊าทำอะไรให้เราตั้งเท่าไหร่ เลี้ยงเราให้สบายขนาดนี้ แล้วทำไมแค่ป๊าใช้นั่นใช้นี่เรากลับเกี่ยงงอน ไม่ยอมทำตาม รู้เลยว่าตั้งแต่โตมาก็ทำตัวเลว ต่อไปไม่มีอีกแล้ว จะกลับตัวใหม่ จะเป็นลูกที่ดีกว่านี้ให้ได้

ซึ้งใจการสอนของหม่าม้า ไม่ใช่บอกให้ทำ ไม่ใช่สั่งสอนอย่างโจ่งแจ้ง แต่เป็นการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ เล่าเรื่อยๆ แต่ฟังแล้วบาดลึกไปถึงในใจ ยกย่องให้หม่าม้าเป็นแม่ดีเด่นแห่งปีในใจน้องกิม เย้ๆ


edit @ 2007/03/26 02:36:28

2007/Mar/03

อืมมมม

1 ปีผ่านไป ไวอย่างกับโกหก จำได้ว่าเพิ่งเริ่มเขียนบล็อก แวบเดียวผ่านไปหนึ่งปี โอ้โห! เวลาเดินเร็วจริงๆ

ขึ้นเลข 2 แล้วค่ะ 2 แรกของชีวิต

ปีนี้ก็ขอให้เป็นปีที่มีความสุขเหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา

เมื่อวันศุกร์พี่แทนวรรณพาไปเลี้ยงไอติมสเวนเซ่นด้วย เลี้ยงเสร็จก็นำงานมาให้ทำต่อเลย พี่เป้แซวว่าเป็นไอติมร่วมสาบาน กินแล้วต้องทำงานใช้หนี้ อิอิ

พี่แทนวรรณอวยพร เราเลยบอกว่า ให้อวยพรว่าขอให้เรามีความสุขในทุกๆวัน พี่แทนวรรณเลยย้อนว่า "พี่ก็เห็นน้องกิมมีความสุขอยู่ทุกวัน" เพิ่งสะกิดใจว่าตัวเองเป็นคนอารมณ์ดีขนาดนั้น

เคยคุยกับพี่จอยเรื่องคนลงสมัครประธานเชียร์ปีนี้ พี่จอยก็บอกเหมือนกันว่า "ทำไมหนูเป็นคนมองโลกในแง่ดีได้ขนาดนี้" เอ๊ะ นี่เรียกชมหรือด่าหว่า ฮะๆๆ มองโลกในแง่ดีผิดด้วยหรือ เราออกจะตั้งปณิธานอันแรงกล้า ว่าจะทำให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบๆตัวมีความสุข ถ้าเป็นพระเจ้าประทานพรได้ 1 ข้อ จะขอให้คนทั้งโลกมีแต่ความสุข

พรุ่งนี้จะไปเดินเล่นฉลองวันเกิด วันนี้ตอนทุ่มกว่าก็ไปเวียนเทียนกับพี่ชายที่วัดตะพาน ตอนแรกว่าจะไปซื้อขนมกินกันเฉยๆ แต่เดินผ่านวัดก็เลยเข้าไปเวียน จริงๆเขาให้เริ่มเวียนตอนทุ่มครึ่ง เพราะพระจะนำเวียน แต่ขี้เกียจรอจะรีบกลับมากินหนม เลยเวียนไป ของแบบนี้เชื่อว่าอยู่ด้วยใจ เวียนตอนไหนก็เหมือนกัน คิดดีทำดีเป็นพอ

ยังสอบไม่เสร็จ แต่มีโปรแกรมทำนั่นทำนี่ระหว่างปิดเทอมเต็มไปหมดเลย มีแต่คนชวนไปนั่นไปนี่ อยากไปปปป น้องเซฟบอกว่าจะมีทริปบ้าน ไปแก่งกระจาน ไม่เคยไปอยากไป แต่ติด Atom Game ไปไม่ได้ เสียดายยย แง้วววว

รู้สึกว่ายิ่งโตยิ่งเหมือนเด็ก ฮะๆๆ ไร้สาระไปวันๆ เฮ้ออออ เหลือสอบอีกสองวิชา สู้ตายฮับ เทอมนี้มั่นใจๆ ได้เกรดเท่าไหร่จะรีบมาบอก เย้ๆๆ

2006/Dec/13

เมื่อเริ่มต้นที่ 1 ความคิดคือ มันเป็นการเริ่มต้นที่ท้าทาย

เมื่อนับถึง 10 ความคิดคือ นับเลขก็ไม่ยากอย่างที่คิด

เมื่อนับถึง 100 ความคิดคือ ก้าวมาอีกขั้นหนึ่งแล้วนะ

เมื่อนับถึง 1,000 ความคิดคือ เหลือเลขอีก 999000 ที่ต้องนับ

เมื่อนับถึง 10,000 ความคิดคือ ชักจะเหนื่อยแล้วสิ

เมื่อนับถึง 100,000 ความคิดคือ ใกล้จะถึงเส้นชัยแล้ว

เมื่อนับถึง 1,000,000 ความคิดคือ สำเร็จ!!!

แต่ถ้าต้องเริ่มกลับไปนับที่ 1 ใหม่อีก ความคิดของคุณคืออะไร?

1. จะตั้งใจนับใหม่ตั้งแต่ 1 ถึง 1,000,000

2. ขอนับใหม่แต่ลดลงเหลือแค่ 1 ถึง 100,000 แล้วกัน

3. โอ้ย! นับ 1 ถึง 10,000 เมื่อไหร่ก็เลิกกันที

4. ตัวเลขของฉันเริ่มได้ที่ 1 แต่จบที่ 1,000 เท่านั้น

5. ถ้านับแค่ 100 แล้วได้เงินฉันจะนับ

6. 1 ถึง 10 น่ะ ตอนนี้กำลังนับเพื่อระงับความโกรธอยู่

7. นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ไร้สาระ อีแค่ 1 จ้างให้ก็ไม่นับ

8. จะนับ 1 ไปจนถึงเลขที่ฉันชอบ

มันคงมีคำตอบอีกร้อยแปดพันประการให้เลือกตอบ

อยากให้ลองเปรียบเทียบการนับเลขกับความรัก เมื่อคุณเริ่มต้นนับ 1 แปลว่าคุณเริ่มสนใจคนๆนั้น หากคุณนับต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกของคุณที่มีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่า สมควรนับ 1 ใหม่เสียที นั่นคือคุณพร้อมจะจบความรักบทเก่า และเริ่มความรักบทใหม่ หลายคนกลัวการนับ 1 หากที่น่ากลัวกว่าคือคนที่ไม่ยอมนับ ยิ่งเคยนับได้ไกลเท่าไหร่ ยิ่งหวาดกลัวการหันกลับมานับ 1 ใหม่มากเท่านั้น

มีเรื่องหนึ่งที่อยากบอก "อย่าดันทุรังนับเลข ถ้าคุณนึกเลขตัวถัดไปไม่ออกเสียแล้ว" เพราะมันคงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แม้ว่าคุณจะนับถึง 999,999 แล้วก็ตาม

เมื่อต้องนับ 1,2,3,4,..., 1,000,000

เมื่อคุณเริ่มต้นนับ 1 และเขานับ 2 คุณและเขาเริ่มต้นเดินไปด้วยกัน

เมื่อคุณนับ 101 และเขานับ 102 คุณและเขาหันมามองหน้ากัน พร้อมกับยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่าย

เมื่อคุณนับ 1,001 และเขานับ 1,002 คุณและเขายังจับมือกันไว้แน่น

เมื่อคุณนับ 1,0001 และเขานับ 1,0002 คุณและเขาฝันฝ่าอะไรด้วยกันมามากมาย

เมื่อคุณนับ 100,001 และเขานับ 100,002 คุณและเขาน่ายกย่องในความพยายามและความอดทน

เมื่อคุณนับ 999,999 แต่เขานับ 1 คุณและเขา จบลง!!!

ความรักไม่ใช่การนับเลขเพียงคนเดียว เหมือนกับที่คุณไม่สามารถปรบมือข้างเดียวแล้วดังได้ ตราบใดที่ยังสลับกันนับเลข แปลว่าคุณและเขายังไม่หนีหายจากกันไปไหน แต่เมื่อใดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหยุด และเลือกที่จะเริ่มต้นนับ 1 ใหม่ อีกฝ่ายก็ทำได้เพียงนับเลขที่เคยนับผ่านมา แต่ไม่สามารถนับเลขต่อไป ความหวังอันน้อยนิด คือ กลับมานับ 1 ใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แต่นั่นคงยากแสนยาก ด้ายเส้นเดียวที่ทอจนยาว เมื่อถูกตัดมันก็ไม่ใช่ด้ายเส้นเดิม ถูกต่อก็ไม่เหมือนเดิม คนสองคนมีเพียงด้ายเส้นเดียวผูกโยงกันไว้ หากวันใดฝ่ายหนึ่งออกแรงดึงมากกว่า ด้ายก็จะขาด หากฝ่ายหนึ่งผ่อนด้ายจนหลุดจากมือ ก็ไม่อาจนำกลับมาถือได้ใหม่ ด้ายแสนสวยที่แสนเปราะบางทอขึ้นจากใจสองดวงที่ต้องตรง หากเมื่อใดใจบิดเบี้ยวเรรวน ใยบางๆย่อใจะขาดสะบั้นลง ฉันใดก็ฉันนั้น

ความเอ๋ยความรัก
โปรดประจักษ์ว่ารักคือกลใด
เป็นสายธารไหลผ่านเนื้อหัวใจ
ฤาเป็นหนามกุหลาบไซร้ใช้ทิ่มแทง

รักเอยรักแล้วทุกข์มีด้วยหรือ
แต่รักคือความสุขไม่เคยเห็น
เจ้าคนโง่รักแล้วทุกข์เรียกรักไม่เป็น
รักเป็นเช่นเหล็กร้อนนาบหัวใจ

รักแล้วหลงมืดมัวเรียกตาบอด
เอาแต่กอดความสุขของภาพฝัน
ลืมตาตื่นพบความจริงที่งงงัน
เหตุใดความสุขพลันจางหายไป


edit @ 2006/12/13 18:34:56