ก่อนอื่น ผลสอบ 3.74 ค่ะ เย้ๆ เกรดขึ้นมามากอยู่ มันได้เท่าที่ทำได้พอดี ก็โอเค
Atom Game ผ่านไปแล้ว ได้เพื่อนจากมหาวิทยาลัยอื่นเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี แม้จะไม่ได้ช่วยเหลือพี่ๆ หรือรับงานอะไรมาก แต่ก็ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ
งานจบแล้วก็ใจหายนิดหน่อย ว่าทำไมมันผ่านไปไวจัง เหมือนยังเตรียมงานกันอยู่เลย "ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกลา"
วันนี้ไปช้อปปิ้งมา ได้เสื้อ กางเกง และรองเท้ามาอย่างละ 1 ชิ้น หม่าม้ารสนิยมแฟชั่นจ๋ามาก เลือกได้เก่งกว่าเราอีก เวลามีหม่าม้าไปซื้อด้วย ซื้อแล้วจะค่อนข้างมั่นใจว่าใส่แล้วสวย แต่กางเกงยีนที่ซื้อมาใหม่ เอวต่ำกว่าทุกตัวที่เคยใส่มา แถมช่วงนี้ไม่ได้ซิดอัพเลยมีพุง กรี๊ดดด ต้องไปลดพุงแล้ว แต่จะลดยังไงล่ะ นั่นสิ ทำไงดี แง้ววววว
วันนี้ คุยโทรศัพท์กับพี่เป้นานเป็นประวัติการณ์ 1 ชั่วโมง 31 นาที (กี่วินาทีจำไม่ได้) อึ้งจัง ไม่ได้คุยกันยาวขนาดนี้มาตั้งนานแล้วนะคะ จริงๆแล้ว คนเรามีสัพเพเหระให้คุยมากมาย ยิ่งไม่ได้เจอหน้ากันยิ่งมีอะไรให้คุยมากขึ้น แถมวันนี้ยังแย่งกันพูดอีกต่างหาก คิดๆก็ตลกดี เวลาได้เปิดใจคุยให้อะไรๆที่ค้างคาสามารถเคลียร์จนกระจ่าง มันก็สบายใจนะ การจะเข้าใจคนๆหนึ่งในทุกๆสิ่งที่เป็นเขา มันไม่ง่ายเลย ไม่ใช่เดือนหรือสองเดือนก็จะเข้าใจได้ จึงไม่แปลกใจที่ว่า ทำไมคนสองคน ถึงใช้เวลาทั้งชีวิตในการทำความเข้าใจกัน
Atom Game
ทำให้ไม่ได้คุยกับหม่าม้า วันนี้ไปเดินซื้อของด้วยกัน เลยคุยกันเยอะแยะ หม่าม้าเล่าเรื่องๆหนึ่งให้ฟังด้วย เป็นเรื่องที่แจกมากับใบปลิว เราเป็นคนเอามา แต่ไม่เคยอ่าน หม่าม้ามาดูกองหนังสือแล้วเห็น เลยหยิบไปอ่าน เป็นเรื่องที่พระพยอมท่านเล่าให้ฟัง เนื้อเรื่องมีอยู่ว่าในสมัยที่พระพยอมยังไม่ได้บวช ท่านอยู่ที่ต่างจังหวัด พอดีว่ามีงานบวช พระพยอมกับพ่อของท่านก็ไปงานบวช พอตอนขากลับ พ่อของพระพยอมเมา พอพายเรือมาถึงบ้าน พ่อของพระพยอมก็บอกให้พระพยอมช่วยอุ้มท่านขึ้นไปบนบ้าน แต่ด้วยความรำคาญ พระพยอมจึงอุ้มพ่อของท่านขึ้นจากเรือ และโยนลงที่ท่าน้ำนั้น พ่อของพระพยอมจึงบอกพระพยอมทำนองว่า ตอนมึงเล็กๆ จะร้องไห้งอแงยังไงกูก็อุ้มมึง ไม่มีเลยสักครั้งที่จะโยนมึงทิ้ง แต่นี่มึงอุ้มกูแค่นี้ มึงยังโยนกูทิ้ง
แล้วหม่าม้าก็บอกต่อว่า พี่ชายของเราตอนเด็กๆเลี้ยงยากมาก กลางคืนร้องตลอดไม่ยอมนอน กลางวันก็ไม่ยอมนอน ต้องอุ้มไว้ทั้งคืน ตอนนั้นเหนื่อยมาก พอมีเราค่อยสบายหน่อย เพราะเราเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยร้อง
ฟังแล้วสะอึกเลยนะว่า ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าพ่อแม่เขาลำบากแค่ไหน กว่าจะเลี้ยงคนๆหนึ่งมาจนโต เราชอบเข้าไปอ่านข้อความในห้องชานเรือน ที่พันทิพย์ แม่ๆพ่อๆก็มาบ่นถึงความยากลำบากของการเลี้ยงลูก แต่มันก็ไม่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับที่หม่าม้ามาพูดให้เราฟังเอง
ปรกติปาป๊าใช้เราทำนั่นทำนี่เราจะบ่นๆ ขี้เกียจทำ แต่หลังจากหม่าม้าเล่า กลับถึงบ้าน ป๊าสั่งอะไรก็ทำให้หมดเลยค่ะ มันเป็นความสำนึกผิดที่แล่นริ้วขึ้นมาจับใจ ป๊าทำอะไรให้เราตั้งเท่าไหร่ เลี้ยงเราให้สบายขนาดนี้ แล้วทำไมแค่ป๊าใช้นั่นใช้นี่เรากลับเกี่ยงงอน ไม่ยอมทำตาม รู้เลยว่าตั้งแต่โตมาก็ทำตัวเลว ต่อไปไม่มีอีกแล้ว จะกลับตัวใหม่ จะเป็นลูกที่ดีกว่านี้ให้ได้
ซึ้งใจการสอนของหม่าม้า ไม่ใช่บอกให้ทำ ไม่ใช่สั่งสอนอย่างโจ่งแจ้ง แต่เป็นการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ เล่าเรื่อยๆ แต่ฟังแล้วบาดลึกไปถึงในใจ ยกย่องให้หม่าม้าเป็นแม่ดีเด่นแห่งปีในใจน้องกิม เย้ๆ
edit @ 2007/03/26 02:36:28